สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com
Cart รายการสินค้า (0)

การดูแลและรักษาแผลกดทับ

(อ่าน 3018/ ตอบ 2)

csingha

การดูแลและรักษาแผลกดทับ
การ เกิดแผลกดทับ และการดูแลรักษา

     
แผลกดทับ จะเกิดขึ้นในรายที่มีอาการบาดเจ็บสาหัส หรือ คนที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้เช่นเด็กที่ได้รับบาดเจ็บทางสมองและกระดูก สันหลัง บริเวณต้นคอหรือบริเวณหลังต่ำกว่า คอก็จะทำให้สมอง ไม่สามารถส่งกระแสประสาทไปสั่งการให้กล้ามเนื้อทำงาน ได้อย่างปกติ หรือในรายของผู้ใหญ่ที่มีปัญหาเกี่ยวกับสมองหรือมีปัญหาเกี่ยวกับ กล้ามเนื้อเป็นอัมพาตในรายที่เกิดอุบัติเหตกระดูกหักต้อง ดึงขาหรือใส่เฝือกอยู่ในท่าใดท่าหนึ่งนานๆ ในรายหลังผ่า ตัดหรือพูดอย่างเข้าใจ ง่ายๆคือจะเกิดในผู้ที่ไม สามารถ ขยับตัวหรือช่วย เหลือตนเองได้ หรือผู้ป่วยที่เสียการรับรู้ความรู้สึกในสภาพอากาศในเมืองไทยซึ่ง สภาพอากาศที่ร้อนนี้จะ ทำให้เกิดขบวนการเมตาบอลิซึมของเซลล์ทำ ให้เซลล์ขาดเลือดไปเลี้ยง เนื้อเยื่อ ทำให้เนื้อเยื่อ บริเวณนั้นตายได้ในภาวะที่ร้อนขึ้น 1 องศาเซลเซียส คุณรู้ไหมว่าเมตาบอลิซึมของร่างกายเรา จะเพิ่มมากขึ้นถึง 10% ทีเดียว รถเข็นที่คนไข้ใช้นั่ง นั้นทำให้เกิดการเพิ่มของ อุณหภูมิ บริเวณกระดูกที่ก้น ที่เราใช้ลงน้ำหนัก เวลานั่งหรือบริเวณต้นขา มีอุณหภูมิ มากได้ตั้งแต่ 0-1 0 องศาเซลเซียสท่านจะเห็น ว่าผู้สูงอายุจะมีการเคลื่อน ไหวช้าและน้อย ลงไม่คล่องแคล่ว เหมือนก่อน
     การทานอาหารน้อย ลงบางท่านก็มีโรค แทรกซ้อนต่างๆ ทำให้การเสริมสร้างเนื้อเยื่อน้อยลง ซึ่งเราจะพบว่าผู้ที่มีวัยสูงขึ้นเรื่อยๆ เวลาเป็นแผลแล้วจะ หายช้ามาก นอกจากนั้นความยืดหยุ่น ของผิวหนังใน ผู้สูงอายุก็มีน้อยซึ่งเราจะพบว่าในวัยที่มีอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไปนั้นความยืดหยุ่นของผิวหนังจะลดลงถ้าอายุมาก กว่า 40 ปีขึ้นไปแล้วพบว่าเลือดที่มาหล่อเลี้ยงผิวหนังจะมีการ ลดลงอย่างรวดเร็ว
ถ้าในรายที่มีการรับประทานอาหาร ไม่ครบตามหลัก โภชนาการ โดยเฉพาะพวกแคลเซียมไนโตรเจนก็จะ ยิ่งทำ ให้แผล หายช้าลงขึ้นไปอีก ส่วนรายที่มีอาการบวมน้ำจะทำให้เกิด การขัดขวางทางเดินอาหาร และออกซิเจนจากเส้น เลือดฝอย มาเลี้ยงเซลล์ ทำให้เกิดแผลกดทับ ง่ายเพิ่ม มากขึ้น ในรายที่เป็นโลหิต จางการขาดเลือดไปเลี้ยงแผล  เนื่องจากขาดฮีโมโกลบิน ที่เป็นตัวนำออกซิเจนมา เลี้ยงเซลล์น้อยลง แผลจะหายช้า ในภาวะที่มีความ ผิดปกติของต่อมไร้ท่อ เช่น โรคเบาหวาน ไทรอยด์ ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นทำให้เกิดแผลกดทับเพิ่มมากขึ้น
สาเหตุของการเกิดแผลกดทับ
1. การกดทับ
2. ภาวะทุพโภชนาการ
3. การถูกจำกัดการเคลื่อนไหว การนอนนาน ๆ โดยไม่เคลื่อนไหว
4. การติดเชื้อ
5. การทำงานของระบบประสาทความรู้สึกเสื่อม (Sensory Loss)
6. การเปลี่ยนแปลงของผิวหนัง
     โดยปกติแล้วเส้นเลือดจะมีแรงดันของหลอดเลือดฝอย เหมือนท่อน้ำประปา ถ้ามีอะไรพับไว้น้ำก็จะไหลได้เพียงเล็กน้อย ลักษณะเดียวกันกับเส้นเลือดเมื่อถูกทับจนเลือดไม่สามารถ ไหลมาเลี้ยงกล้ามเนื้อได้จะทำให้บริเวณที่ถูกกดทับ มีการตายของเนื้อเยื่อซึ่งแรงกดมากกว่า 20 มิลลิเมตรปรอท เป็นเวลา 2-4 ชม.ทำให้เกิดแผลกดทับ ในบริเวณที่มีกล้ามเนื้อมาก จะทนต่อแรงกดทับได้ดี กรณีของแรงกดที่มากแม้เพียงระยะเวลาสั้นๆ ก็ทำให้เกิดอันตราย ต่อเนื้อเยื่อได้เท่ากับแรงกดบ่อยๆ แต่เป็นระยะเวลานาน
ขณะที่มีการนอนบนเตียงหรือนั่งบนรถเข็น ก็จะต้องมีการ เคลื่อนตัวของคนไข้ไม่ว่าจะเคลื่อนตัวเพื่อเปลี่ยนผ้าปูที่นอน หรือทำความสะอาด เมื่อมีการถ่ายออกมาไม่ว่าจะเป็น อุจจาระ ปัสสาวะ หรือแม้แต่เรื่องการอาบน้ำ การลุกจากรถเข็นมานั่งบนเตียง เป็นธรรมดาที่จะต้องเกิดการเสียดสีกับที่นอนหรือที่นั่ง ซึ่งการเสียดสี หรือการไถไปกับพื้น (ที่นอน, รถเข็น ฯลฯ) การไถหรือถู ทำให้เกิดแรงกระทำโดยตรงต่อชั้นหนังกำพร้า จะทำให้เกิด การปริแตกของเนื้อเยื่อได้เร็วขึ้น
การป้องกันแผลกดทับ และการพยาบาล
1. ดูแลพลิกตะแคงตัว เปลี่ยนท่านอนทุก 2 ชั่วโมง โดยเฉพาะในรายที่ผู้ป่วยช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ โดยจัดให้ตะแคงซ้าย ตะแคงขวา นอนหงาย นอนคว่ำกึ่งตะแคง สลับกันไปตามความเหมาะสม ควรใช้หมอนหรือผ้านุ่มๆรองบริเวณที่กดทับ หรือปุ่มกระดูกยื่น เพื่อป้องกันการเสียดสีและลดแรงกดทับ
2. ดูแลที่นอน ผ้าปูที่นอน ให้สะอาด แห้ง เรียบตึงอยู่เสมอ
3. ควรใช้ที่นอนที่มีการถ่ายเทอากาศ เช่น ที่นอนลม ที่นอนน้ำ ที่นอนฟองน้ำ ควรหลีกเลี่ยงการใช้ที่นอนที่การระบายอากาศไม่ดี เช่น ที่นอนหุ้มพลาสติก
4. การยกหรือเคลื่อนย้ายผู้ป่วย ควรมีผ้ารองยก และใช้การยกในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย เพื่อป้องกันการเกิดการเสียดสี
5. ดูแลผิวหนังผู้ป่วยให้สะอาด แห้งไม่อับชื้น เพราะถ้าผิวหนังเปียกชื้นหรือร้อนจะทำให้เกิดแผลเปื่อย ผิวหนังถลอกง่าย โดยเฉพาะอย่างภายหลังผู้ป่วยถ่ายอุจจาระหรือปัสสาวะแล้ว ต้องทำความสะอาดแล้วซับให้แห้ง และหากสังเกตพบว่าผู้ป่วยมีผิวหนังแห้งแตกเป็นขุย ควรดูแลทาครีมหรือโลชันทาผิวหนังที่ฉายรังสี
6. ดูแลให้ผู้ป่วยออกกำลังกายตามความเหมาะสม เพื่อให้กล้ามเนื้อ หลอดเลือด และผิวหนังแข็งแรง มีการไหลเวียนของโลหิตดี
7. ดูแลให้อาหารผู้ป่วยอย่างเพียงพอ คุณค่าทางโภชนาการครบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโปรตีนจำเป็นอย่างมากต่อผู้ป่วยที่มีแผลกดทับเพราะผู้ป่วย จะสูญเสียโปรตีนไปทางแผลจำนวนมาก นอกจากนี้ต้องดูแลให้วิตามิน ธาตุเหล็ก และน้ำอย่างสมดุลด้วย
8. ดูแลทำความสะอาดแผลโดยวิธีปราศจากเชื้อ มีแนวทางปฏิบัติ ดังนี้
8.1 การทำความสะอาดแผลที่อยู่ในระยะงอกขยาย
- ควรล้างแผลเบาๆ ควรทำเฉพาะผิวหนังรอบๆ แผลเท่านั้น หลีกเลี่ยงการขัดถูแผล หรือล้างแผลด้วยแรงดันสูง เพราะจะทำให้สารอาหาร เซลล์ที่กำลังงอกขยาย รวมทั้ง Growth Factor ถูกชะล้างออกไปด้วย
- น้ำยาที่ใช้ล้างแผลต้องไม่มีพิษต่อเซลล์ ได้แก่ น้ำเกลือ Normal Saline ส่วนน้ำยาฆ่าเชื้อโรค เช่น Povidone - Iodine , Chlorhexidine, Dekin- solution, Hydrogen peroxide ไม่ควรใช้ในระยะงอกขยาย เพราะจะทำลายเซลล์ที่จำเป็นในซ่อมแซมแผล ทำให้แผลหายช้า
8.2 การทำความสะอาดแผลติดเชื้อหรือแผลเนื้อตาย
- ใช้การชะล้างแผลด้วยความดันสูง เพื่อขจัดเศษเนื้อตายและแบคทีเรีย
- ใช้น้ำยาทำความสะอาดแผล ( Normal Saline) หรือน้ำยาฆ่าเชื้อล้างแผล โดยเฉพาะอย่างยิ่งแผลติดเชื้อจากการปนเปื้อน
- กำจัดเศษเนื้อตายและสิ่งแปลกปลอมต่างๆ เพราะเป็นแหล่งให้แบคทีเรียเจริญได้ดี จึงควรตัดเล็บออกให้หมด และเซลล์ใหม่จะงอกขยายเจริญมาปกคลุมแผลได้ดี
- กำจัดช่องหรือโพรงที่อยู่ภายใต้ผิวหนัง เนื่องจากช่องหรือโพรงมักมีสารคัดหลั่งจากแผลซึ่งเป็นแหล่งอาหารที่ดีของ แบคทีเรีย จึงควรทำการอุดช่องหรือโพรงอย่างหลวมๆ ด้วยก๊อสหรือวัสดุที่เหมาะสม
9. อธิบาย ให้คำแนะนำ รวมทั้งให้กำลังใจแก่ผู้ป่วยและญาติ ให้ตระหนักถึงความสำคัญของการพลิกตะแคงตัวและการทำความสะอาดแผล


บทความนำมาจาก
http://febuary.friendflock.com  ขอขอบคุณมา ณ ที่นี้


 


Link: คลิ๊กที่นี่

เจ้าของเว็บไซต์ แก้ไขเมื่อ 02/05/2010 - 21:01

nadech


ยินดีต้องรับสมาชิกทุกท่านเข้าสู่ satu88 กับเงื่อนไขการรับ โปรโมชั่นพิเศษสุดๆ กับ โปรโมชั่น มากมาย เล่นเดิมพันเกมส์ กับเรา สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center หรือช่องทางอื่นๆ ที่เราเปิดให้บริการ ตลอด 24 ชั่วโมง ทุกวัน

qaz1122

ข้อคิดดีๆในการใช้ชีวิต อ่านแล้วมีความสุข และเตือนสติตัวเอง


1. อย่าทำลายความหวังของใครเพราะเขาอาจเหลืออยู่แค่นั้นก็ได้


2. เมื่อมีคนเล่าว่าตัวเขามีส่วนในเหตุการณ์สำคัญอะไรก็ตามเราไม่ต้องไปคุยทับปล่อยเขาฟุ้งไปตามสบาย


3. รู้จักฟังให้ดี โอกาสทองบางทีมันก็มาถึงแบบแว่ว ๆเท่านั้น


4. หยุดอ่านคำอธิบายสถานที่ทางประวัติศาสตร์ซึ่งอยู่ตามริมทางเสียบ้าง


5. จะคิดการใดจงคิดการให้ใหญ่ๆเข้าไว้แต่เติมความสุขสนุกสนานลงไปด้วยเล็กน้อย


6. หัดทำสิ่งดี ๆให้กับผู้อื่นจนเป็นนิสัยโดยไม่จำเป็นต้องให้เขารับรู้


7. จำไว้ว่าข่าวทุกชนิดล้วนถูกบิดเบือนมาแล้วทั้งนั้น


8. เวลาเล่นเกมกับเด็ก ๆ ก็ปล่อยให้แกชนะไปเถิด


9. ใครจะวิจารณ์เรายังไงก็ช่าง ไม่ต้องไปเสียเวลาตอบโต้


10. ให้โอกาสผู้อื่นเป็นครั้งที่ สองแต่อย่าให้ถึงสาม


11. อย่าวิจารณ์นายจ้างถ้าทำงานกับเขาแล้วไม่มีความสุขก็ลาออกซะ


12. ทำตัวให้สบาย อย่าคิดมาก ถ้าไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายแล้วอะไร ๆ มันก็ไม่ได้สำคัญอย่างที่คิดไว้ทีแรกหรอก


13. ใช้เวลาน้อย ๆ ในการคิดว่า ใครเป็นคนถูกแต่ใช้เวลาให้มากในการคิดว่า อะไรคือสิ่งที่ถูก


14. เราไม่ได้ต่อสู้กับ คนโหดร้ายแต่เราต่อสู้กับ ความโหดร้ายในตัวคน


15. คิดให้รอบคอบก่อนจะให้เพื่อนต้องมีภาระในการรักษาความลับ

รักเริ่มต้นด้วยรอยยิ้ม เติบโตด้วยการจุมพิต และจบลงด้วยน้ำตา


อย่าเสียน้ำตา ให้กับคนท่ไม่เคยเสียน้ำตาให้คุณ


เพื่อนที่ดีนั้นหายาก แต่ยากกว่าในการจะลาจาก และเป็นไปไม่ได้ที่จะลืมเลือน


สิ่งที่ทำยากสุด คือ การมองดูคนที่คุณรัก ไปรักคนอื่น


อย่าให้อดีตยึดคุณไว้ คุณจะพลาดสิ่งดีๆที่จะผ่านมา


คนบางคนทำให้โลกนี้ เป็นโลกที่แสนพิเศษ เพียงแค่มีเค้าอยู่ในโลกใบนี้เท่านั้น


อย่าขมวดคิ้วเลย เธอไม่รู้หรอกว่า มีใครบางคนหลงรักรอยยิ้มของเธอ


ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ จนกระทั่งคุณตกหลุมรักเค้าแล้ว


ข้อมูลจาก : holiday palace

Page : 1
Webboardแสดงความคิดเห็น
เยี่ยม   แย่   แย่   แย่   เขิน   หยอกล้อ  ตกใจ  ร้องไห้   สงสัย   ขอโทษ   หดหู่   อย่าน่ะ   ต่อว่า   โอเค
รูปภาพ
(นามสกุลไฟล์ควรเป็น [ jpg , jpeg , gif ] และไฟล์ไม่เกิน 3 MB.)
*ชื่อ
*สถานะ  
*อีเมล
ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง
*รหัสยืนยัน

หมายเหตุ : : กรุณากรอกข้อมูลที่มี * ทุกช่อง

view