สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com
Cart รายการสินค้า (0)

วัคซีนภูมิแพ้ไรฝุ่น

วัคซีนภูมิแพ้ไรฝุ่นใช้สำหรับรักษาผู้ป่วยที่เป็นโรคภูมิแพ้ไรฝุ่น แต่ไม่สามารถป้องกันการเกิดโรคภูมิแพ้ในคนปกติได้

      การรักษาด้วยการฉีดวัคซีนภูมิแพ้ คือ ใช้สารก่อภูมิแพ้ที่ผู้ป่วยแพ้มากระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมา โดยฉีดเข้าใต้ผิวหนังทีละน้อยๆ ที่แขนสลับข้างกัน ในระยะ 5-6 เดือนแรก จะฉีดสัปดาห์ละครั้ง และค่อย ๆ เพิ่มปริมาณของวัคซีนทีละน้อยตามลำดับ หลังจากฉีดได้ขนาดสูงสุด เท่าที่ผู้ป่วยจะรับได้โดยไม่ทำให้เกิดอาการแพ้ขึ้น จากนั้นจะค่อยๆ ฉีดวัคซีนห่างออกทุก 2 และ 3 สัปดาห์ จนถึงฉีดเพียงเดือนละครั้ง เพื่อกระตุ้นให้ภูมิต้านทานที่ร่างกายสร้างขึ้นคงระดับสูงอยู่ได้ตลอดเวลา และควรฉีดเดือนละครั้งไปนาน 3-5 ปี จึงจะพิจารณาหยุดฉีดได้ ถ้าไม่มีอาการ ก็ไม่จำเป็นต้องฉีด แต่ถ้ามีอาการ อาจกลับมาฉีดอีกได้ การรักษาด้วยการฉีดวัคซีนภูมิแพ้มีค่าใช้จ่ายประมาณ 800-1,000 บาท

ข้อดีของการฉีดวัคซีน

  • เป็นการรักษาที่ตรงจุด คือ แก้ไขที่ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายที่มีความผิดปกติในผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้
  • เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการมาก หรือรักษาด้วยยา หรือ วิธีการอื่นแล้วไม่ได้ผลดี หรือ ผู้ที่ใช้ยาแล้วมีผลข้างเคียงของยามาก หรือผู้ป่วยแพ้สารก่อภูมิแพ้ชนิดที่ไม่สามารถจะหลีกเลี่ยงได้
  • ผู้ที่มีอาการของโรคหืดร่วมกับโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ การฉีดวัคซีนจะช่วยให้อาการของโรคหืดทุเลาลงด้วย
  • สำหรับผู้ที่มารับการฉีดวัคซีนอย่างสม่ำเสมอ อาการจะดีขึ้นประมาณร้อยละ 70 - 90 ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดของสารก่อภูมิแพ้และตัวผู้ป่วยแต่ละราย

ผลข้างเคียงของการฉีดวัคซีน

  • อาจทำให้เกิดอาการแพ้ทั่วร่างกายได้ เช่นเดียวกับการแพ้ยาฉีดชนิดอื่น หรือการทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนัง อาจเกิดอาการของโรคภูมิแพ้ที่ผู้ป่วยเป็นอยู่แล้วมากขึ้น เช่น คัน จาม คัดจมูก น้ำมูกไหล คันตา คันคอ ไอ หรือหอบหืด ลมพิษ ปวดท้อง อาเจียน ท้องเดิน กล่องเสียงบวมเกิดการอุดตันของทางเดินหายใจ และอาจถึงช็อกได้
  • อาจต้องใช้เวลา 3 - 6 เดือนกว่าจะเห็นผล และต้องฉีดต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน

ปฏิบัติตัวอย่างไรหลังฉีดวัคซีน
       1. ต้องนั่งพักให้แพทย์ดูอาการและสังเกตการบวมบริเวณที่ฉีดทุกครั้ง อย่างน้อย 30 นาที
       2. ห้ามออกกำลังกาย หรือทำงานหนักหลังฉีดวัคซีนอย่างน้อย 1 ชั่วโมง เนื่องจาก จะทำให้สารก่อภูมิแพ้ที่ฉีดมีโอกาสดูดซึมไปทั่วร่างกายมากขึ้น อาจทำให้เกิดอาการแพ้ทั่วร่างกายได้
       3. หลังฉีด 24 ชั่วโมง ให้สังเกตการบวมหรือผื่นแดงบริเวณที่ฉีด และบันทึกไว้ และก่อนฉีดวัคซีนทุกครั้ง ควรรายงานแพทย์ว่ามีการบวม แดงบริเวณที่ฉีดครั้งที่แล้วหรือไม่ ขนาดเท่าใด และมีอาการผิดปกติอย่างอื่นหรือไม่ เพื่อแพทย์จะได้สั่งขนาดวัคซีนที่จะฉีดให้พอเหมาะ ซึ่งจะเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดอาการแพ้ได้
       4. ผู้ป่วยควรดูแลรักษาสุขภาพทั่วไปให้ดี โดยพักผ่อนให้เพียงพอ กินอาหารอื่น ๆ ให้หลากหลายได้สารอาหารครบและออกกำลังกายสม่ำเสมอ เพื่อให้ร่างกายสามารถสร้างภูมิต้านทานได้ดี ภายหลังได้รับการกระตุ้นจากวัคซีน ซึ่งจะทำให้อาการของโรคภูมิแพ้ดีขึ้นได้มากและเร็ว

     ไรฝุ่นเป็นตัวการสร้างสารก่อภูมิแพ้ต่อระบบทางเดินหายใจพบได้มากที่สุด เป็นสาเหตุของโรคเรื้อรังในคนไทย พบในผู้ป่วยเด็กร้อยละ 70 ผู้ใหญ่ร้อยละ 70 – 90 และคนทั่วไปร้อยละ 30

     โรงพยาบาลศิริราช ศูนย์วิจัยไรฝุ่นและโรคภูมิแพ้ ได้เพาะเลี้ยงไรฝุ่นชนิด Dermatophagoides pteronyssinus และ Dermatophagoides farinae ซึ่งเป็นไรฝุ่นที่พบบ่อยในฝุ่นบ้านและก่อให้เกิดโรคภูมิแพ้ในคนไทย ศูนย์นี้เป็นเพียงแห่งเดียวในประเทศไทยที่มีการเพาะเลี้ยงไรฝุ่นบริสุทธิ์โดยไม่ต้องสั่งนำเข้าไรฝุ่นจากต่างประเทศ

อ้างอิง ; ผศ. นพ. ปารยะ อาศนะเสน สาขาโรคจมูกและโรคภูมิแพ้ ภาควิชาโสต นาสิก ลาริงซ์วิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
Author ; Csingha, B Pharm, MPA (Public Policy)
คำค้นหา วัคซีนภูมิแพ้ไรฝุ่น

view